วันพฤหัสบดีที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2554

สัปดาห์ที่ 6 ตอบคำถาม หน่วยการเรียนรู้ที่ 5



1. ภารกิจหรือกิจกรรมที่สาคัญ ๆ ของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

1. การเลือก จัดหา การลงทะเบียน ทาบัตรรายการ การบริการการใช้ ตลอดจนเก็บบารุงรักษาวัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอนต่างๆ
2. การผลิตสื่อการสอน เช่น ผลิตวัสดุกราฟิก การบันทึกเสียง ทารายการวิทยุและโทรทัศน์
3. จัดกิจกรรมทางวิชาการ เช่น การฝึกอบรมครูประจาการ การวิจัย การจัดนิทรรศการ ตลอดจนการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ฯลฯ
4. การบริหาร เช่น การจัดบุคลากร การนิเทศ การบันทึกรายการ การติดต่อประสานงานและการทางบประมาณ เป็นต้น
5. การประเมินกิจกรรมต่างๆ



2. บทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ จะประกอบด้วยบุคคล

1. ด้านบริหาร โดยต้องมีการกาหนดวิสัยทัศน์ จุดมุ่งหมายและภารกิจต่างๆ ให้ครอบคลุมงานหรือสิ่งที่ต้องทา การจัดดาเนินงาน การจัดบุคลากร การนิเทศ การติดต่อประสานงาน การทางบประมาณ การกาหนดมาตรฐานของงาน เพื่อให้หน่วยงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้
1.1 หัวหน้าหน่วยงาน ซึ่งอาจเรียกได้ว่า หัวหน้าศูนย์หรือผู้อานวยการศูนย์ โดยทั่วไปจะเป็นบุคคลที่จบการศึกษาด้านเทคโนโลยีทางการศึกษาหรือโสตทัศนศึกษาที่มีความรู้ ด้านบริหาร ออกแบบ นิเทศการศึกษา การวิจัย การผลิต และการให้บริการสื่อการศึกษามาก่อน
1.2 หัวหน้างานหรือหัวหน้าฝ่าย จะมีหน้าที่ความรับผิดชอบงานในแต่ละฝ่าย เช่น หัวหน้าฝ่ายผลิตรายการวิทยุโทรทัศน์ หัวหน้าฝ่ายการบริการสื่อ เป็นต้น
1.3 เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป จะมีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการควบคุม
1.4 พนักงานธุรการ มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับงานด้านต่างๆ บุคคลที่รับผิดชอบเกี่ยวกับด้านนี้
1.5 เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล จะมีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการบันทึกข้อมูลต่างๆลงในคอมพิวเตอร์หรือพิมพ์เอกสาร หนังสือโต้ตอบ หนังสือคาสั่ง รายงานการประชุม เป็นต้น

2. ด้านการบริการ เป็นภารกิจของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ที่นาโครงการต่างๆออกสู่ กลุ่มเป้าหมาย เช่น บริการด้านการจัดหาสื่อ บริการด้านการใช้สื่อ ด้านการบารุงรักษา ด้านการให้คาปรึกษา ห้องปฏิบัติการทางภาษา ห้องปฏิบัติการเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นต้น
2.1 บรรณารักษ์ โดยจะมีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดหา การให้เลขหมู่ ทำบัตรรายการ
2.2 นักวิชาการคอมพิวเตอร์ จะมีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการติดตั้งการใช้คอมพิวเตอร์ ดูและระบบคอมพิวเตอร์และปฏิบัติงานหน้าที่อื่นๆ เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
2.3 นายช่างอิเล็กทรอนิกส์ มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการซ่อมบารุงรักษา ติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ปฏิบัติการเกี่ยวกับเสียง ช่างตัดต่อ ช่างกล้อง จัดซื้อจัดหา ทาบัญชีวัสดุอุปกรณ์ เป็นต้น

3. ด้านการผลิตสื่อ บุคลากรที่มีหน้าที่รับผิดชอบ เช่น
นักวิชาการโสตทัศนศึกษา จะมีหน้าที่ความรับผิดชอบในการออกแบบและผลิตสื่อการเรียนการสอนในระดับต่างๆ การออกแบบประเมินและวิจัยสื่อ
นักวิชาการช่างศิลป์ จะมีหน้าที่ความรับผิดชอบในด้านการออกแบบภาพประเภทต่างๆ ตัวอักษรประกอบคาบรรยายออกแบบแผ่นป้าย แผนภาพประชาสัมพันธ์ ทารูปปั้นจาลองสื่อวัสดุสามมิติและอื่นๆ

4. ด้านวิชาการ ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ต้องมีบทบาทและหน้าที่ในการศึกษาค้นคว้า พัฒนาและเผยแพร่ผลงาน สร้างวัตกรรมใหม่เกี่ยวกับการผลิตและการใช้สื่อ จัดการฝึกอบรม การเผยแพร่ความรู้ การประเมินคุณภาพสื่อ การประเมินการบริการ เป็นต้น

5. ด้านการปรับปรุงการเรียนการสอน ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ต้องมีภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบต่อการศึกษาเป็นสาคัญในการจัดหาสื่อมาใช้ในการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและเนื้อหาแต่ละวิชา

6. ด้านกิจกรรมอื่น เช่น มีบทบาทหน้าที่ประชาสัมพันธ์สถาบันต่อชุมชนจัดนิทรรศการหรือจัดการแสดงความก้าวหน้าต่างๆ ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ควรมีกิจกรรมเพื่อให้ความรู้แก่สังคมและจัดแสดงสาธิตนวัตกรรมและเทคโนโลยีให้กับผู้สนใจ การจัดกิจกรรมลักษณะนี้ถือว่าเป็นการประชาสัมพันธ์อย่างหนึ่ง



3. ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ จำแนกเป็น 3 ประเภท

1. บุคลากรทางวิชาชีพ (Professional Staff) ได้แก่ บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ทางด้านเทคโนโลยีทางการศึกษาหรือโสตทัศนศึกษาระดับปริญญาซึ่งถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ (Media Specialists) หรือบางที่อาจเรียกว่านักวิชาการการโสตทัศนศึกษาก็ได้ส่วนใหญ่บุคลากรกลุ่มนี้จะทาหน้าที่เป็นหัวหน้าหรือผู้บริหารอานวยการประสานเกี่ยวกับสื่อ และอานวยการให้การดาเนินกิจกรรมต่างๆเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

2 บุคลากรกึ่งวิชาชีพ (Paraprofessional Staff) บุคลากรกึ่งวิชาชีพ คือ บุคคลที่ได้วุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพโดยมีหน้าที่ช่วยเหลือบุคลากรทางวิชาชีพเกี่ยวกับด้านเทคนิคหรือด้านบริการ บุคลากรกึ่งวิชาชีพ เช่น พนักงานเทคนิค (Media Techician) พนักงานด้านกราฟิกหรือช่างศิลป์ พนักงานด้านภาพนิ่ง หรือช่างภาพ พนักงานช่างเทคนิค พนักงานด้านวิทยุโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียง

3 บุคลากรที่ไม่มีความรู้ทางวิชาชีพ (Non-professional Staff) บุคลากรประเภทนี้ทาหน้าที่ทางด้านธุรกิจ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ฯลฯ ซึ่งจะมีคุณวุฒิหลากหลายจะใช้ความรู้ความชานาญเฉพาะในหน้าที่ของตน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าจานวนบุคคลในแต่ละประเภทจะมีมากหรือน้อยย่อมขึ้นอยู่กับนโยบาย ขนาดหรือปริมาณของงาน ขอบเขตของการให้บริการ ลักษณะของระบบงานบริการ จานวนผู้ใช้บริการ และงบประมาณของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้แต่ละแห่งเป็นสาคัญ



4. ขั้นตอนในการจัดหาสื่อการเรียนการสอน มาใช้บริการในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

1. ขั้นการสารวจสภาพของสื่อในสถานศึกษาเพื่อสารวจหาข้อเท็จจริงเบื้องต้นเป็นข้อมูลมาประกอบการจัดหา ได้แก่
1. การสารวจสื่อวัสดุ (Materials) การสารวจสื่อวัสดุมีรายการที่ต้องการทราบ คือ
- ชนิดของวัสดุ
- ชื่อเรื่อง
- แหล่งที่เก็บ (Location)
- แหล่งที่ได้มา
- สภาพการใช้งานปัจจุบัน
2. การสารวจเครื่องมือ (Equipments)
- ชนิดของเครื่องมือ
- แบบ/รุ่น
- แหล่งที่เก็บ
- แหล่งที่ได้มา
- จานวน
- สภาพการใช้งานปัจจุบัน

2. การสารวจสถานที่ เป็นขั้นตอนการสารวจวางแผนจะให้สถานที่ส่วนใดบ้างในการทากิจกรรม เพื่อเป็นการตรวจสอบดูว่ามีสถานที่และสิ่งอานวยความสะดวกที่ต้องการมีเพียงพอแล้วหรือยังและจะต้องการจัดหาอะไรเพิ่มเติมบ้าง

3. การสารวจความต้องการของผู้ใช้ เพื่อต้องการทราบถึงความต้องการใช้สื่อประเภทต่างๆ โดยนาข้อมูลที่ได้ไปดาเนินการจัดหาให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ ดังนั้นก่อนการจัดหาหรือจัดซื้อสื่อมาไว้บริการ จาเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสารวจและศึกษาความต้องการของผู้ใช้ก่อนเสมอ

4. ขั้นการจัดหา โดยนาข้อมูลที่ได้มาจากความต้องการแล้วทาเป็นโครงการสั้นๆ หรือโครงการระยะยาวเพื่อวางแผนในเรื่องงบประมาณในการจัดหาต่อไป ในการจัดซื้อผู้เกี่ยวข้องต้องพิจารณาตามลาดับความสาคัญของผู้ใช้โดยจัดซื้อเฉพาะสื่อที่มีคุณภาพ ประหยัดงบประมาณ ก่อนจัดซื้อสื่ออะไรมาไว้บริการจะต้องมีการประเมินค่าสื่อนั้น โดยคณะกรรมการประเมินค่าสื่อเพื่อพิจารณาว่าสื่อหรือวัสดุอุปกรณ์มีคุณค่าต่อการเรียนการสอนมากน้อยเพียงไร มีข้อดีและข้อจากัดอย่างไรเพื่อให้การจัดซื้อจัดหาสื่อมาไว้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพก่อเกิดประโยชน์อย่างเต็มที่



5. วิธีการจัดซื้อจัดหาวัสดุครุภัณฑ์เพื่อมาใช้ในกิจกรรมและบริการ มีหลักเกณฑ์สาคัญ คือ

1. ความคงทน(Ruggedness) โดยพิจารณาถึงวัสดุที่ประกอบเป็นตัวเครื่องให้ความคงทนแข็งแรง ไม่แตกหักง่าย
2. ความสะดวกในการใช้งาน (Ease of Operation) โดยพิจารณาถึงการควบคุม การบังคับกลไกไม่ซับซ้อนจนเกินไปหรือมีปุ่มต่างๆมากมายเกินไป
3. ความกะทัดรัด (Portability) โดยพิจารณาถึงขนาดของตัวเครื่อง น้าหนัก ความสะดวกในการเก็บและเคลื่อนย้าย
4. คุณภาพของเครื่อง(Quality of Peration) เป็นการพิจารณาเกี่ยวกับมาตรฐานที่ประกอบรวมกันเป็นไปตามคุณสมบัติต้องการใช้งานเพียงใด
5. การออกแบบ (Design) เป็นการพิจารณาเกี่ยวกับรูปลักษณ์ว่าสวยงามมีความทันสมัย การติดตั้งอุปกรณ์ประกอบออกแบบให้ใช้ได้ง่าย
6. ความปลอดภัย (Safety) เป็นการพิจารณาว่ามีส่วนใดส่วนหนึ่งที่น่าจะเกิดอุบัติเหตุหรืออันตรายได้ง่ายขณะใช้งาน
7. ความสะดวกในการบารุงรักษาละซ่อมแซม (Ease of Maitenance and Repair) เป็นการพิจารณาว่ามีส่วนประกอบใดที่ยุ่งยากต่อการซ่อมแซมหรือมีความยากลาบากในการดูแลรักษาหรือมีส่วนประกอบที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงเมื่อชารุดแล้วไม่สามารถซ่อมแซมได้เลย
8. ราคา (Cost) ในการจัดซื้อจัดหาวัสดุอุปกรณ์มาใช้หรือเพื่อบริการควรคานึงถึงราคาซึ่งไม่แพงเกินไปที่สาคัญพิจารณาถึงความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการใช้งานแล้วจึงนาไปเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
9. ชื่อเสียงของบริษัทผู้ผลิต(Reputation of Manufacturer) การพิจารณาบริษัทผู้ผลิตเพื่อจะได้ทราบว่าวัสดุอุปกรณ์ที่ซื้อนั้นมีจานวนและรุ่นที่ผลิตออกมามากน้อยพียงใด
10. การบริการซ่อมแซม (Available Service) อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ควรเป็นแบบที่สามารถซ่อมแซมได้ง่าย รวดเร็วและมีบริการดูแลบารุงรักษาที่เอาใจใส่ดูแลบารุงสม่าเสมอและมีอะไหล่สารองไว้เพียงพอหรือเมื่อมีปัญหาทางบริษัทสามารถแก้ปัญหาให้รวดเร็ว



6. การบริหารบุคคล หมายถึง

ศิลปะในการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเข้ามาทำงานในองค์การ มอบหมายงาน พัฒนาบุคคลและให้พ้นจากงาน โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพของเป้าหมายหรือบริการของศูนย์ฯ หรือหน่วยงานเป็นสำคัญ



7. หลักการบริหารงานบุคคลมี 2 ระบบ คือ

1. ระบบคุณธรรม Merit System ใช้หลักเกณฑ์
1.1 หลักความเสมอภาค เช่น มีสิทธิสอบได้ทุก
1.2 หลักความสามารถ เช่น คัดเลือกผู้มีความสามารถสูงไว้ก่อน
1.3 หลักความมั่นคง เช่น ถ้าไม่ผิดวินัย ก็ไม่ถูกลงโทษให้ออก อยู่จนเกษียณ
1.4 หลักความเป็นกลางทางการเมือง เช้า ห้ามข้าราชการเป็นกรรมการบริษัท
2. ระบบอุปถัมภ์ Patronage System ยึดถือพวกพ้อง เครือญาติ หรือผู้มีอุปการะคุณ



8. การจำแนกตำแหน่งแบ่งได้ 3 ประเภท

1. จำแนกตำแหน่งตามลักษณะตำแหน่ง Position Classification เป็นการจำแนกตำแหน่งโดยถือลักษณะความรับผิดชอบของตำแหน่งเป็นสำคัญ เช่น กลุ่มเจ้าหน้าที่ธุรการ การเงิน นิติกร วิศวกร เป็นต้น
2. การจำแนกตำแหน่งตามลักษณะยศ Rank Classification เป็นการจำแนกตำแหน่งตามตำแหน่งที่ประกอบกับชั้นยศ ใช้
กับทหาร ตำรวจ
3. การจำแนกตำแหน่งตามลักษณะชั้นยศทางวิชาการ Academic Rank Classification จำแนกตามคุณลักษณะ
ความเชี่ยวชาญ วิชาการ เช่น ครู อาจารย



9. ขั้นตอนของกระบวนการวางแผนกำลังคนได้แก่

1. ศึกษานโยบายและแผนขององค์การ กระบวนการวางแผนกำลังคน ต้องให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนขององค์การ และคาดคะเนปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่มีผลกระทบต่อการกำหนดนโยบายและแผนขององค์การ เช่น แนวโน้มของธุรกิจนั้น ๆ ในอนาคต, การขยายตัวและการเจริญเติบโตขององค์การ (และคู่แข่ง), การเปลี่ยนแปลงรูปแบบและโครงสร้างองค์การ เป็นต้น

2. การพยากรณ์ความต้องการกำลังคน คล้ายกับการตรวจสภาพกำลังคน แต่การพยากรณ์มุ่งเน้นอนาคต จะอาศัยปัจจัยต่อไปนี้เพื่อ
ช่วยในการพยากรณ์คือ
1. ปริมาณการผลิต
2. การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
3. อุปสงค์และอุปทาน
4. การวางแผนอาชีพให้แก่พนักงาน Career Planning



10. การวางแผนกำลังคนที่ดี

1. ภาระงาน Workload หน้าที่ความรับผิดชอบชั่วโมงงาน
2. การออกแบบงาน Job Design เป็นการออกแบบโครงสร้างงานต่างๆ ทั้งองค์การว่ามีกลุ่มงานอะไรบ้าง
3. การวิเคราะห์งาน Job Analysis วิเคราะห์งานแต่ละตำแหน่ง กำหนดคุณลักษณะที่จำเป็นแต่ละตำแหน่ง เช่น ความสำคัญของงาน ระดับความเป็นอิสระ ตัวบ่งชี้ผลลัพธ์ของงาน ความรู้ความสามารถและทักษะที่จำเป็น เพื่อกำหนดรายละเอียดของตำแหน่ง Job Description และคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง Job Specification
4. รายละเอียดของตำแหน่งงาน Job Description เป็นการกำหนดชื่อตำแหน่งงานที่ต้องปฏิบัติ
5. คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง Job Specification เป็นการกำหนดรายละเอียดในต าแหน่งลึกลงไปอีก
6. การทำให้งานมีความหมาย Job Enrichment เป็นวิธีการจูงใจและพัฒนาบุคลากรให้เกิดความพึงพอใจในการทำงาน (จิ๋วแต่แจ๋ว, เล็กดีรสโต) (Job Enlargement) เล็ก ๆ มิต้าไม่ ใหญ่ ๆ มิต้าทำ



11. บุคลากรด้านทรัพยากรการเรียนรู้มี 3 ปะเภท

1. ด้านบริหาร โดยต้องมีการกำหนดวิสัยทัศน์ จุดมุ่งหมายและภารกิจต่างๆ ให้ครอบคลุมงานหรือสิ่งที่ต้องทำ การจัดดำเนินงาน การ
จัดบุคลากร การนิเทศ การติดต่อประสานงาน การทำงบประมาณ การกำหนดมาตรฐานของงานเพื่อให้หน่วยงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้

2. ด้านการบริการ เป็นภารกิจของศูนย์สื่อการศึกษาที่นำโครงการต่างๆออกสู่ กลุ่มเป้าหมาย เช่น บริการด้านการจัดหาสื่อ บริการด้านการใช้สื่อ ด้านการบำรุงรักษา ด้านการให้คำปรึกษา ห้องปฏิบัติการทางภาษา ห้องปฏิบัติการเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นต้น ซึ่งแนวทางในการกำหนดภารกิจด้านบริการควรสะท้อนปรัชญาที่ยึดความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก

3. บุคลากรด้านการผลิตสื่อ

วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2554

สัปดาห์ที่ 5 ประเภทของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
แบ่งได้ 3 ประเภท
1. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ การศึกษาในระบบโรงเรียน คือหน่วยงานที่สนับสนุนการเรียนการสอนทั้งสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ ซึ่งมีการดำเนินการได้หลายลักษณะและมีชื่อเรียกต่างกัน ได้แก่ ศูนย์สื่อการศึกษา หรือหน่วยบริการสื่อการศึกษา, ศูนย์โสตทัศนศึกษา หรือหน่วยโสตทัศนศึกษา, ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา หรือหน่วยเทคโนโลยีการศึกษา, ศูนย์วิทยาการหรือสถาบันวิทยบริการ, ศูนย์ทรัพยากรการศึกษา
หรือศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
2. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ การศึกษานอกระบบ เป็นศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ ที่มีเป้าหมายโดยมุ่งการให้บริการกับผู้เรียนที่มีจุดมุ่งหมายที่จะให้ผู้เรียนได้รับความรู้ด้านพื้นฐาน ทักษะในการประกอบอาชีพ และทักษะที่จำเป็นสำหรับความรู้ด้านอื่นๆ เป็นฐานในการดำรงชีวิต เช่น ศูนย์ฝึกอาชีพ, ศูนย์การเรียน เป็นต้น
3. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นศูนย์รวมและให้บริการความรู้โดยมุ่งให้
กลุ่มเป้าหมายได้ศึกษาจากประสบการณ์การทำงาน บุคคล ครอบครัว สื่อมวลชน ชุมชน แหล่งความรู้ต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ความบันเทิง และการพัฒนาคุณภาพชีวิต เช่น พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ เป็นต้น



ความแตกต่างของศูนย์ทรัพยากรแต่ละประเภท
1. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ในระบบโรงเรียน เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่มีการสนับสนุนทางด้านการเรียน การสอน ทั้งวัสดุ อุปกรณ์ ซึ่งเป็นศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ที่จะเกี่ยวข้องกับการศึกษาในระบบเป็นส่วนใหญ่
2. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้นอกระบบโรงเรียน เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่เน้นทักษะทางด้านการประกอบ อาชีพ การฝึกอาชีพ เพื่อการดำรงชีวิต
3. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ตามอัธยาศัย เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่เน้นระสงการณ์ด้านการทำงานของประชาชนทั่วๆไป เพื่อเพิ่มทักษะความรู้และการพัฒนาคุณภาพชีวิต



1. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ การศึกษาในระบบโรงเรียน
1.1 สำนักคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

สถานที่ตั้ง : สำนักคอมพิวเตอร์ 169 ถ.ลงหาดบางแสน ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี 20131 โทร 0-3810-2770 Fax 0-3839-0046
กลุ่มเป้าหมาย : นิสิตและบุคลากรของมหาวิทยาลัยบูรพา
อ้างอิง : http://www.ict.buu.ac.th
1.2 ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม
สถานที่ตั้ง
: โรงบำบัดน้ำเสียส่วนกลางนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง 49/19 ต.ทุ่งสุขลา
อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
กลุ่มเป้าหมาย : ประชาชนและบุคคลทั่วไป
อ้างอิง : http://www.gusco.co.th/gusco_new/rcy_lcb/Rcy_plant_LCB.asp
1.3 ศูนย์วัฒนธรรมผ้าไหม ปักธงชัย
สถานที่ตั้ง
: บริษัท ฉัตรทองไหมไทย จำกัด 78/1 หมู่ 8 ศูนย์วัฒนธรรมผ้าไหมปักธงชัย
ต.เมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา 30150
กลุ่มเป้าหมาย : ประชาชนและบุคคลทั่วไป
อ้างอิง : http://www.moohin.com/043/043m003.shtml

2. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ การศึกษานอกระบบ
2.1 ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร

สถานที่ตั้ง : ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขต ต.ช้างใหญ่ อ.บางไทร
จ.พระนครศรีอยุธยา มีเนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่
กลุ่มเป้าหมาย : ประชาชนและบุคคลทั่วไป ที่สนใจด้านการทำอาชีพเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จาก การเกษตร
อ้างอิง : http://www.thaitambon.com/Centre/Bangsai.htm
2.2 ศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร
สถานที่ตั้ง
: มหาวิทยาลัยรามคำแหง (หัวหมาก) ฝ่ายพัฒนาชุมชนฯ สำนักงานเขตบางกะปิ
กลุ่มเป้าหมาย : สำหรับผู้ว่างงานและประชาชนทั่วไป
อ้างอิง : http://www.info.ru.ac.th/Training%20center-Bkk_in_Ram/index.htm
2.3 โรงเรียนฝึกอาชีพ กทม. (หลวงพ่อทวีศักดิ์ ฯ)
สถานที่ตั้ง
: เพชรเกษม 81 ถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร 10160
กลุ่มเป้าหมาย : ประชาชนและผู้สนใจ
อ้างอิง : http://www.luangpor.net/main/personal

3. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ การศึกษาตามอัธยาศัย
3.1 พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์
สถานที่ตั้ง
: องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เทคโนธานี ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 โทร 02 577 9999 โทรสาร 02 577 999
กลุ่มเป้าหมาย : ประชาชน บุคคลทั่วไป
อ้างอิง : http://www.nsm.or.th/nsm2009/sci/index.php
3.2 พิพิธภัณฑ์ขวด พัทยา Bottle Museum Pattaya
สถานที่ตั้ง
: Bottle Museum & Art Center Co.,Ltd. 297/1-5 ตึก Kingston Park ถนน สุขุมวิท
หมู่ 6 ตำบล นาเกลือ อำเภอ บางละมุง จังหวัด ชลบุรี 20150 (ตรงข้ามกับ เมืองจำลอง) ประเทศไทย
กลุ่มเป้าหมาย : ประชาชน บุคคลทั่วไป และชาวต่างชาติ
อ้างอิง : http://www.pattayapreview.com/?p=1228
3.3 พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร
สถานที่ตั้ง
: 810 ถนนกำแพงเพชร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพ 10900
กลุ่มเป้าหมาย : ประชาชน บุคคลทั่วไป
อ้างอิง : http://www.familynetwork.or.th/node/15652



ตัวอย่างของศูนย์สำหรับการศึกษาตามอัธยาศัยมา



สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ “มิวเซียมสยาม”
นโยบาย

รัฐบาลมีภารกิจที่สำคัญ คือ การทำให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ทำให้คนไทยมี คุณภาพด้วยการที่สามารถแสวงหาความรู้ใหม่ๆ ด้วยตนเองได้ตลอดเวลา ดังนั้นสังคมจึงควรมีแหล่งที่จะแสวงหาความรู้ที่มีความหลากหลายในรูปแบบและ เนื้อหา ในประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนมากจะมีแหล่งแสวงหาความรู้สำหรับคนในแต่ละช่วงวัย และมีความสนใจต่างๆ โดยมีทั้งห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ ศูนย์วัฒนธรรม ศูนย์นันทนาการและกีฬา โรงละคร หอศิลป์ และสถานที่แสดงดนตรี รวมทั้งสนับสนุนให้ ชุมชนมีกิจกรรมเพื่อการเติบโตของความรู้ สติปัญญา และความงอกงามของจิตใจ สำหรับประเทศไทยซึ่งจำเป็นต้องขยายโอกาสทางการศึกษา ด้วยสถาบันใหม่ที่จะมารองรับการศึกษายุคปฏิรูปให้ทันกับโลกยุคการเรียนรู้ แบบไร้ขีดจำกัด (school without walls) เพราะคุณภาพชีวิตของคนรุ่นใหม่ให้คุณค่าต่อการศึกษาเรียนรู้ ที่ทำให้สามารถเข้าใจโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สามารถเข้าใจปัญหาที่เผชิญหน้าควบคู่ไปกับความเพลิดเพลิน ประเทศจึงต้องการ "พิพิธภัณฑ์" ในฐานะที่เป็นสถาบันใหม่ที่สะท้อนความมั่นคงของสังคม วัฒนธรรม ลักษณะเฉพาะตน และความภาคภูมิใจในสังคมของตน

วิสัยทัศน์
เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ให้ความรู้เรื่องความเป็นมาของ บ้านเมือง จนมาเป็นประเทศไทยในปัจจุบัน เพื่อก่อเกิดการเรียนรู้ สร้างสำนึกรักบ้านเมืองและท้องถิ่นของตน รวมทั้งเชื่อมโยงความสัมพันธ์ในลักษณะ"เครือญาติ" กับประเทศเพื่อนบ้านอันเป็นองค์ความรู้ที่นำไปสู่ความมั่นคงและสันติภาพใน ภูมิภาค

กลุ่มเป้าหมาย
กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ คนไทย ประกอบด้วยเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป กลุ่มเป้าหมายรอง คือ คนต่างประเทศ นักท่องเที่ยว



ตัวอย่างผังโครงสร้างของศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้



แหล่งอ้างอิงของโครงสร้างศูนย์ : สำนักคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยบูรพา http://www.ict.buu.ac.th
โครงสร้างดังกล่าวเป็นประเภทใด เพราะเหตุใด
เป็นประเภท Line Organization เป็นรูปแบบการจัดโครงสร้างตามงานที่รับผิดชอบในอำนาจหน้าที่กันเป็นขั้น ๆ จากระดับสูงสุดไปจนกระทั่งต่ำสุด

สัปดาห์ที่ 4 ศึกษาดูงานที่สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา



ฝ่ายบริการสารสนเทศ ชั้น 3 สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา

มีบุคลากร หรือเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 7 คน
มีทำหน้าที่
1. จัดเรียงหนังสือขึ้นชั้นให้ตรงตาหมวดหมู่
2. ให้บริการด้าน ยืม-คืนหนังสือ

*************************************************************************************
การให้บริการต่างๆ
บริเวณชั้น 3 จะเป็นหนังสือภาษาไทยทั้งหมด



1. มุมเด็ก : มุมนี้จะเป็นมุมเล็กๆ มีหนังสือที่เกี่ยวกับเด็กทั้งหมด และมีพื้นที่นั่งให้อ่านหนังสือ มีเก้าอี้โซฟาให้บริการ



2. หนังสือนวนิยาย เรื่องสั้น



3. หนังสือทั่วไป ซึ่งจะจัดเรียงตามระบบดิวอี้ คือ 000-900

*************************************************************************************


ในบริเวณห้อง 302 จะเป็นห้องหนังสือเก่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 - ปี พ.ศ. 2533
ในห้องใหญ่จะมีหนังสือตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2534 จนถึงปัจจุบัน

*************************************************************************************

ระบบดิวอี้



การจัดหมวดหมู่หนังสือตามระบบทศนิยมของดิวอี้ แบ่งหนังสือออกเป็นหมวดหมู่ต่างๆ จากหมวดหมู่ใหญ่ไปหาหมวดหมู่ย่อย
000 เบ็ตเตล็ดหรือความรู้ทั่วไป
100 ปรัชญา
200 ศาสนา
300 สังคมศาสตร์
400 ภาษาศาสตร์
500 วิทยาศาสตร์
600 วิทยาศาสตร์ประยุกต์หรือเทคโนโลยี
700 ศิลปกรรมและการบันเทิง
800 วรรณคดี
900 ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์

*************************************************************************************

ปัญหาและอุปสรรคในการจัดการให้บริการ (สัมภาษณ์)

1. จะเห็นได้ว่ามีการเพิ่มชั้นหนังสือขึ้น เนื่องจากมีหนังสือมากขึ้น ทำให้พื้นที่อ่านในบริเวณชั้น 3 น้อยลง เพราะทางมหาวิทยาลัยยังไม่มีแนวคิดที่จะย้ายหนังสือ ออกจากห้องสมุด
2. บุคลากรหรือเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ เพราะมีผู้ใช้บริการและหนังสือจำนวนมาก จึงต้องสับเปลี่ยนการทำหน้าที่ และทำงานเพิ่มมากขึ้น
3. เรื่องการใช้เสียงภายในส่วนห้องอ่านหนังสือ
4. ผู้ใช้ห้องสมุดไม่สืบค้นหนังสือจาก WEB OPAC ก่อน จึงมีปัญหาด้านการค้นหาหนังสือ
5. ในช่วงสอบ โต๊ะเก้าอี้จะไม่เพียงพอต่อความต้องการ ของผู้ใช้บริการ
6. ปัญหาการฉีกหนังสือประเภทศิลปกรรม เนื่องจาก หนังสือประเภทนี้จะมีรูปภาพที่สวยงาม

*************************************************************************************

ภาพการศึกษาดูงานฝ่ายบริการสารสนเทศ







*************************************************************************************

หลักการบริหารในการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

การจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ตามหลักการบริหาร
หลักการบริหารของ Fayol
1. การแบ่งงานกันทำ
2. อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
3. ระเบียบวินัย
4. เอกภาพในการบังคับบัญชา
5. เอกภาพของการอำนวยการ
6. การถือเอาประโยชน์ส่วนรวมก่อนประโยชน์ส่วนตัว
7. การให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมและเป็นธรรม
8. การรวมอำนาจ
9. การมีสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจน
10.การจัดระเบียบ
11. ความเสมอภาค
12.ความมั่นคงในการทำงาน
13.ความคิดริเริ่ม
14.ความสามัคคี

หลักการการจัดการที่สำคัญของ Fayol
1. การวางแผน (Planning)
2. การจัดองค์กร (Organizing)
3. การบังคับบัญชา (Command)
4. การประสานงาน (Co-ordination)
5. การควบคุม (Control)

การจัดการตามหลักการบริหาร ของ Oliver Sheldon
Oliver Sheldon ชาวอังกฤษได้พัฒนาความคิดในเรื่องการจัดการและการบริหาร
• หลักการของ Sheldon แบ่งออกเป็ น 3 ประการ
1. การบริหาร (Administration)
เป็ นเรื่องเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายและการประสานงานในหน้าที่ต่างๆ
2. การจัดการ (Management)
เป็ นเรื่องเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายภายในขอบเขตจำกัดซึ่งก าหนดขึ้นโดยฝ่ายบริหาร
3. หน้าที่ในการจัดองค์การ
เป็นกระบวนการประสานงานระหว่างบุคคลหรือระหว่างกลุ่มบุคคล

การจัดการตามหลักการบริหาร
• Luther Gulilck และ Lyndall Urwick
• Gulilck เป็ นศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ส่ วน Urwick เป็นที่ปรึกษาด้านการจัดการ
• Gulilck ได้เสนอแนวคิดในการจัดการซึ่งเป็ นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร จะต้องดำเนินการ POSDCORB

การจัดการตามหลักการบริหาร POSDCORB
• P (Planning) การวางแผน : เป็ นการกำหนดสิ่งที่ต้องการและวิธีการให้บรรลุผลตามต้องการ
• O (Organizing) การจัดองค์การ : เป็นการกำหนดโครงสร้างที่เป็นทางการของอำนาจ
• S (Staffing) การบริหารงานบุคคล
• D (Directing) การสั่งการ
• CO (Co-ordinating) การประสานงาน
• R (Reporting) การรายงานต่อฝ่ายบริหาร
• B (Budgeting) การวางแผนการเงินบัญชีและการควบคุม

วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554

สัปดาห์ที่ 3 การจัดการและการให้บริการของสำนักหอสมุด



ฐานข้อมูลในการให้บริการ

ฐานข้อมูล ABI/INFORM Complete
ครอบคลุมสาขาวิชาด้านบริหารธุรกิจ การจัดการ รวมทั้งสาขา อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยฐานข้อมูลย่อย
1. ABI/INFORM Global : ครอบคลุมสิ่งพิมพ์ชั้นนำด้านบริหารธุรกิจ การโฆษณา การตลาด การเงิน ภาษี คอมพิวเตอร์ การจัดการทรัพยากรมนุษย์ เศรษฐศาสตร์ และสารสนเทศของบริษัทต่าง ๆ
2. ABI/INFORM Dateline : รวบรวมข่าวเกี่ยวกับบริษัทเกี่ยวกับบริษัทชั้นนำ ข้อมูลเฉพาะของบริษัทด้านประวัติความเป็นมา การวางแผนการดำเนินงาน การเงิน การตลาดและข่าวสารด้านอุตสาหกรรม
3. ABI/INFORM Trade & Industry : ให้ข้อมูลด้านการค้า อุตสาหกรรม การสื่อสาร คอมพิวเตอร์

ฐานข้อมูล : Academic Search Premier
ผู้ผลิต : EBSCOhost
ขอบเขตของเนื้อหา : สหสาขาวิชา ครอบคลุมสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ คอมพิวเตอร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ สถาปัตยกรรมจิตวิทยา ศาสนา ประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ นิเทศศาสตร์ (การแสดง การดนตรี)
รายละเอียดฐานข้อมูล : ฐานข้อมูลวารสารอิเล็กทรอนิกส์ประกอบด้วยข้อมูลบรรณานุกรม สาระสังเขป และเอกสารฉบับเต็มจากวารสารมากกว่า 3,500 รายชื่อ และมีสิ่งพิมพ์ประเภท Peer Review มากกว่า 1,550 รายชื่อ และสืบค้นเอกสารฉบับเต็มแบบ PDF ย้อนหลัง
ได้ถึงปี ค.ศ.1985 ได้มากกว่า 140 รายชื่อ

ฐานข้อมูล : ACS Publications
ผู้ผลิต : American Chemical Society (ACS)
ช่วงปีของข้อมูล : 1996 – ปีปัจจุบัน
ขอบเขตของเนื้อหา : ครอบคลุมสาขาวิชาเคมีประยุกต์/วิศวเคมี (Applied Chemistry /Chemical Engineering), ชีวเคมี/เทคโนโลยีชีวภาพ (Biochemistry/Biotechnology), เคมี (Core Chemistry), เคมีอินทรีย์ (Organic Chemistry), เภสัชศาสตร์ (Pharmaceuticals), พอลิเมอร์และวัสดุศาสตร์ (Polymers and Materials Science)

ฐานข้อมูล : ACM Digital Library
ผู้ผลิต : Association for Computing Machinery (ACM)
ขอบเขตของเนื้อหา : ครอบคลุมสาขาวิชา คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ
รายละเอียดฐานข้อมูล : เป็นฐานข้อมูลวารสารอิเล็กทรอนิกส์ ครอบคลุมสิ่งพิมพ์ ประเภท วารสาร นิตยสาร รายงานความก้าวหน้า เอกสารการประชุม และข่าวสาร ให้ข้อมูลบรรณานุกรม สาระสังเขป และเอกสารฉบับเต็ม ตั้งแต่ ปี 1974 – ปัจจุบัน

ฐานข้อมูล : Emerald
ผู้ผลิต : Emerald Group Publishing Limited
ขอบเขตเนื้อหา : ฐานข้อมูลวารสารอิเล็กทรอนิกส์ ให้ข้อมูลวารสารฉบับเต็มบทความวารสาร ของสำนักพิมพ์ MCB University Press ครอบคลุมเนื้อหาด้านการศึกษา เทคโนโลยีการศึกษา การตลาด บริหารธุรกิจ การจัดการ ทรัพยากรมนุษย์ การบริหารงานห้องสมุด การฝึกอบรมและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง สามารถสืบค้นย้อนหลังได้ถึงปี 1994 และมี Backfiles บทความในรูปแบบ PDF จำนวน 68,000 บทความที่สามารถค้นหาได้จากวารสารต่าง ๆ กว่า 120 ชื่อ ซึ่งประกอบด้วยบทความตั้งแต่ปีที่ที่ 1 ฉบับที่ 1 เป็นต้นไป

ฐานข้อมูล : Education Research Complete
ผู้ผลิต : Emerald Group Publishing Limited
ขอบเขตเนื้อหา :เป็นฐานข้อมูลทางการศึกษา เป็นฐานข้อมูลวารสารฉบับเต็มที่ใหญ่ที่สุดครอบคลุมงานวิจัยทางด้านการ ศึกษาและสาขาที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่การศึกษาระดับประถมจนถึงอุดมศึกษา รวมทั้งการศึกษาเฉพาะด้าน เนื้อหาในฐานข้อมูล ประกอบด้วยบทคัดย่อวารสารมากกว่า 1,500 ชื่อเรื่อง และเอกสารเป็นฉบับเต็มจากวารสารกว่า 750 ชื่อเรื่อง นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากหนังสือ รายงานการประชุมที่เกี่ยวการศึกษาอีกกว่า 100 ชื่อเรื่อง

ฐานข้อมูล : H.W. Wilson
ผู้ผลิต : H.W. Wilson
ขอบเขตของเนื้อหา : สหสาขาวิชา ครอบคลุมสารสนเทศทุกสาขาวิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ประยุกต์และเทคโนโลยี ชีววิทยาและการเกษตร ศิลปะ ธุรกิจ การศึกษา มนุษยศาสตร์ กฎหมาย บรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ สังคมศาสตร์ และสาขาวิชาอื่นๆ เช่น เคมี ชีวะ ฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ สิ่งแวดล้อม สัตวศาสตร์ และสันทนาการ เป็นต้น
รายละเอียดฐานข้อมูล : ให้ข้อมูลบรรณานุกรม สาระสังเขปและเอกสารฉบับเต็ม (โดยฐานข้อมูลส่วนใหญ่ให้เอกสารฉบับเต็มบทความวารสาร ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1995 – ปัจจุบัน)

ฐานข้อมูล : IEEE/IEE Electronic Library (IEL)
ผู้ผลิต : The Institute of Electrical and Electronics Engineers (IEEE)
ขอบเขตของเนื้อหา : ครอบคลุมสาขาวิชา วิศวกรรมไฟฟ้า วิทยาการคอมพิวเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์
รายละเอียดฐานข้อมูล : สิ่งพิมพ์ของ The Institute of Electrical and Electronics Engineers (IEEE) และ Institution of Electrical Engineers (IEE) จำนวนมากกว่า 12,000 รายการ ได้แก่ วารสาร รายงานการประชุมและเอกสารมาตรฐาน ตั้งแต่ปี 1988- ปัจจุบัน ข้อมูลที่ได้จากฐานข้อมูลนี้เป็นเอกสารฉบับเต็มทั้งหมด

ฐานข้อมูล : ISI Web of Science
ผู้ผลิต : Thomson Corporation
ขอบเขตของเนื้อหา : ครอบคลุมสาวิชา วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์
รายละเอียดฐานข้อมูล : ฐานข้อมูลบรรณานุกรมและสาระสังเขป ประกอบด้วยฐานข้อมูลย่อยด้าน Science Citation, Social Science citation และ Arts & Humanities Citation จากวารสารไม่น้อยกว่า 8,500 ชื่อ ( Titles) มีข้อมูลไม่น้อยกว่า 1.1 ล้านระเบียน (Records) แสดงผลในรูป text html ครอบคลุมสิ่งพิมพ์ : วารสาร หนังสือ รายงานการประชุม งานวิจัย สิทธิบัตร และมาตรฐาน

ฐานข้อมูล : ProQuest Dissertation & Theses
ผู้ผลิต : ProQuest Information and Learning Company
ขอบเขตของเนื้อหา : สหสาขาวิชา
รายละเอียดฐานข้อมูล : เป็นฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทและปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วโลก ให้ข้อมูลบรรณานุกรมตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1861 ข้อมูลบรรณานุกรมและสาระสังเขปตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1981 และให้ข้อมูล 24 หน้า ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1997 – ปัจจุบัน

ฐานข้อมูล : Dissertation Fulltext
รายละเอียดฐานข้อมูล : CHE PDF Full Text เป็น ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่บอกรับโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ให้มหาวิทยาลัยและสถาบันของรัฐใช้ร่วมกัน มีวิทยานิพนธ์ฉบับเต็ม จำนวน 3,850 ชื่อเรื่อง

ฐานข้อมูล : ScienceDirect
ผู้ผลิต : Elsevier B.V.
ขอบเขตของเนื้อหา : ครอบคลุมสาขาวิชา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การแพทย์ และ สังคมศาสตร์
รายละเอียดฐานข้อมูล : ฐานข้อมูลวารสารอิเล็กทรอนิกส์ จำนวนกว่า 1,800 ชื่อ ของสำนักพิมพ์ Elsevier Science, Academic Press และสำนักพิมพ์อื่นๆ รวมทั้งวารสาร Reviews (Trends & Current Opinion) จำนวนกว่า 6.2 ล้านระเบียน สามารถเข้าใช้บทความฉบับเต็มได้เกือบทุกชื่อ เรียกใช้ full-text ย้อนหลังได้ตั้งแต่ปี 1995- ปัจจุบัน

ฐานข้อมูล : SPORTDiscus with Full Text
ผู้ผลิต : EBSCO ช่วงปีของข้อมูล : 1985-ปัจจุบัน
ขอบเขตของเนื้อหา : วิทยาศาสตร์การกีฬา
รายละเอียดฐานข้อมูล : มีเอกสารฉบับเต็ม (Full text) บทคัดย่อ (Abstract) จากวารสารมากกว่า 520 รายชื่อ

ฐานข้อมูล : SpringerLink
ผู้ผลิต : Springer Verlag
ขอบเขตของเนื้อหา : ครอบคลุมสาขาวิชา Medicine & Public Health, Russian Library of Science, Life Sciences, Chemistry, Mathematics, Physics, Computer Science, Economics/Management Science, Geosciences และ Engineering
รายละเอียดฐานข้อมูล : ฐานข้อมูลวารสารอิเล็กทรอนิกส์ มีบทความฉบับเต็ม ( Full Text) ของวารสารไม่น้อยกว่า 1,200 ชื่อเรื่อง

ฐานข้อมูล : CINAHL Plus with Full Text
ผู้ผลิต : EBSCO
ช่วงปีของข้อมูล : 1997-ปัจจุบัน
ขอบเขตของเนื้อหา : พยาบาลศาสตร์
รายละเอียดฐานข้อมูล : มีเอกสารฉบับเต็ม (Full text) บทคัดย่อ (Abstract) จากวารสารไม่น้อยกว่า 750 รายชื่อ

ฐานข้อมูล : Matichon e-Library
ชื่อผู้ผลิต : มติชน
ช่วงปีของข้อมูล : 2539 – ปัจจุบัน
รายละเอียดฐานข้อมูล : ฐานข้อมูลกฤตภาคข่าวอิเล็กทรอนิกส์


WEB OPAC



WEB OPAC เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการด้านการค้นหาตรวจสอบหนังสือภายในหอสมุด
http://chonlinet.lib.buu.ac.th/opac/index.html


TDC บริการค้นหาวิทยานิพนธ์ วิจัย บทความ มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ



TDC หรือ Thai Digital Collection เป็นโครงการหนึ่งของ ThaiLIS มีเป้าหมายเพื่อให้บริการสืบค้นฐานข้อมูลเอกสารฉบับเต็ม ซึ่งเป็นเอกสารฉบับเต็มของ วิทยานิพนธ์ รายงานการวิจัยของอาจารย์ รวบรวมจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศ นักศึกษา อาจารย์ และบุคลากร ในการเข้าใช้บริการนั้นจะต้องเข้าใช้งานจากคอมพิวเตอร์ ภายในห้องสมุดสมาชิก ดูรายละเอียดห้องสมุดสมาชิก ได้จากทางเลือกมหาวิทยาลัย/สถาบัน
การดำเนินการในปัจจุบันได้ดำเนินการ migrate ข้อมูลจากระบบเดิม เข้าสู่ระบบใหม่เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งได้มีการจัดอบรมการใช้งาน การนำข้อมูลเข้าสู่ระบบให้กับสมาชิกใหม่ เช่น มหาวิทยาลัยเอกชน หน่วยงานอื่นๆ ที่มีจุดมุ่งหมายในการให้ความรู้และต้องการเผยแพร่ผลงานต่าง ๆ ให้สังคม เพื่อให้สังคมได้นำความรู้เหล่านี้ไปปรับใช้เพื่อเป็นการต่อยอดความรู้เดิม และพัฒนาประเทศต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สัปดาห์ที่ 2 "รายการพิพิธเพลิน"



1. พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย

เป็นศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ เพราะมีสถานที่ บุคลากรมาให้คำแนะนำ มีการจัดแบ่งเป็นส่วนๆอย่างเป็นระบบ ในพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย จ.นครปฐม มีการใช้ Fiberglass มาทำเป็นหุ่นแทนขี้ผึ้ง เนื่งอจากเมืองไทยเป็นเมืองร้อน และทำให้การดูแลรักษาง่ายกว่าการใช้ขี้ผึ้ง

บริเวณชั้น1 มีรูปปั้นที่เกิดจากจินตนาการของผู้ปั้น คือรูปปั้นของผู้ชายกับผู้หญิงกำลังนอนหลับ มีชื่อมุมนี้ว่า "เหนื่อยนักพักก่อน" และมีรูปปั้นที่เกิดจากรูปถ่ายเพียงใบเดียวมาเป็นแบบ ซึ่งต้องใช้การคำนวนสัดส่วนอย่างละเอียด มีรูปปั้นที่แสดงสีหน้าของรูปปั้นนั้นว่ามีความรู้สึกอย่างไร คือรูปปั้นคนกำลังเล่นหมากรุก และมีรูปปั้นของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจังกรีวงศ์



บริเวณชั้น 2 เป็นบริเวณของห้องครูเพลงไทย ครูเอื้อ สุนทรสนาน ผู้ก่อตั้งวงสุนทราภรณ์ ครูไพบูลย์ บุตรขัน ครูเพลงลูกทุ่งไทย และมีรูปปั้นการเล่นของเด็กไทย ซึ่งเป็นการให้ความรู้ด้านการแต่งกาย ทรงผมนสมัยนั้น


2. พิพิธภัณฑ์สถานเครื่องถ้วยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้




เป็นศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้เช่นกัน มีทั้งสถานที่ บุคลากรมาให้ความรู้ต่างๆ มีการจัดการอย่างเป็นระบบ

พิพิธภัณฑ์สถานเครื่องถ้วยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จ.ปทุมธานี สร้างเป็นอาคารอยู่ใต้ดิน ซึ่งเปรียบเสมือนเตาเผา ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเกี่ยวกับเครื่องถ้วยต่าง ๆ ได้แก่ เครื่องถ้วยโบราณที่ผลิตในประเทศไทย เครื่องถ้วยสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เครื่องถ้วยที่เป็นสินค้ออกของไทยและประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่ง อาจารย์สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพได้กรุณามอบศิลปะโบราณวัตถุกว่า 2,000 รายการ เพื่อใช้ในการจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์

จุดหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ จัดแสดงให้ผู้เข้าชมทราบถึงวิธีการศึกษาเครื่องถ้วยโบราณจากลักษณะ ของเนื้อดิน และน้ำเคลือบ ดังนั้นเฉพาะเครื่องถ้วยโบราณที่อยู่ในตู้นี้มีช่องกระจกให้ผู้ชมสามารถเอามือเข้าไปสัมผัสและลองยกได้

3. ชุมชนเวียงป่าเป้า จ.เชียงราย

เป็นเพียงแค่แหล่งทรัพยากรการเรียนรู้เท่านั้น เพราะไม่มีการจัดการที่เป็นสัดส่วน ไม่มีบุคลากรมาให้คำแนะนำให้ความรู้ มีเพียงสถานที่ที่มีหลักฐานเกี่ยวกับเตาเผาโบราณ และยังมีเศษของถ้วยชามดินเผาตกอยู่กระจัดกระจายเป็นบริเวณกว้าง

วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

1. ศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
หมายถึง ศูนย์รวมของวิชาความรู้ที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติ บุคคล สิ่งประดิษฐ์ วัตถุ อาคาร สถานที่ ซึ่งมีอยู่กระจัดกระจาย ทั้งชุมชนเมืองและชุมชนชนบท อันเป็นขุมทรัพย์แห่งปัญญาที่แทรกซึมอยู่ในวิถีชีวิตของมนุษย์ เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่ค้นพบได้อย่างไม่รู้จบ มีหน้าที่ส่งเสริมงานด้านการเรียนการสอน มุ่งให้เน้นให้ผู้ใช้ ได้รู้จักใช้ประโยชน์จากศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ และศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองนอกเหนือจากการเรียนการสอนในห้องเรียน

ตัวอย่างเช่น
1. หอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี


2. สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี



2. แหล่งการเรียนรู้ในวีดิทัศน์



มิวเซียมสยาม จัดว่าเป็นศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ เพราะเป็นแหล่งที่มีทั้งอาคารสถานที่ บุคคลที่คอยแนะนำให้ความรู้ วัตถุหรือสิ่งประดิษฐ์ต่างๆที่ให้ความรู้ มีสื่อที่ให้ความรู้อยู่หลายด้าน เช่น เกมส์ วีดิทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ เป็นต้น ซึ่งครอบคลุมในองค์ประกอบทุกด้านของคูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ มีการจัดนิทรรศการต่างๆ ทั้งนิทรรศการแบบถาวร นิทรรศการชั่วคราว นิทรรศการพิเศษ และนิทรรศการเคลื่อนที่